ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เชียงใหม่ จัดอบรม เทคนิคการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์เพื่อทำการขายสินค้าออนไลน์ สร้างผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น มุ่นเน้นยอดขายให้ปัง

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เชียงใหม่ จัดอบรม เทคนิคการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์เพื่อทำการขายสินค้าออนไลน์ สร้างผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น มุ่นเน้นยอดขายให้ปัง

เพราะการทำธุรกิจในยุคนี้จะขายสินค้าผ่านหน้าร้านอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่เราต้องมีเคล็ดลับการดึงดูดลูกค้าด้วยกลยุทธ์ต่างๆ ทั้งทางสื่อออฟไลน์และออนไลน์ และหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ลูกค้าสนใจสินค้าของเราตั้งแต่แรกเห็นนั่นคือการถ่ายภาพสินค้าให้ออกมาโดดเด่น โดนใจเพื่อเป้าหมายในการขายสินค้านั่นเอง

ครั้งที่2 ของการจัดอบรมในโครงการ “การพัฒนาข้อมูลอัจฉริยะสำหรับผู้ประกอบการฮาลาลโดยการยกระดับผ่านกระบวนการมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยและเข้าสู่ตลาดธุรกิจออนไลน์ (HAL Plus Gold Member)” ในวันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 จัดโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานเชียงใหม่ โดยมี นายเรวัตร วงศ์เดอรี หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สนง.เชียงใหม่ กล่าวเปิดงาน หลังจากนั้นมีการบรรยายเทคนิคขั้นพื้นฐานการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์เพื่อทำการขายสินค้าออนไลน์ โดยคุณอรรถกร มีแม่นวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญการถ่ายภาพจาก canon จากนั้นมีการจัก Workshop การถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ลองปฏิบัติจริง เพื่อนำความรู้ในการอบรมครั้งนี้ไปใช้ต่อในธุรกิจของตนเองต่อไป

ซึ่งภายใต้การ Workshop จะแบ่งออกเป็นหลายหัวข้อด้วยกัน

– การตั้งค่ากล้อง เพื่อถ่ายรูปสินค้าอย่างไรให้ดูคมชัดและดูดี
– เทคนิคการจัดแสง
– เทคนิคการถ่ายรูปไม่ให้สีเพี้ยนจากสินค้าจริง
– เทคนิคการถ่ายภาพสินค้าให้ดูแปลก และดึงดูดสายตา
– การวางสินค้าอย่างไร ให้ถ่ายรูปได้ชัดเจน

ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องเร่งพัฒนาตนเอง ตั้งแต่การขายสินค้า คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ต่อยอดไอเดียของตนเองไปจนถึงการถ่ายภาพสินค้าให้โดนใจลูกค้าต่อไป

#HSCCM #HALPlus #HalalEcommerceครั้งที่2

ปี 2020 กับ 5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง 🎆

ปี 2020 กับ 5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง 🎆

ปี 2020 กับ 5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง 🎆
.
🌐1. เตรียมสู่ยุคเครือข่ายข้อมูล 5G
การที่สังคมเปลี่ยนเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีโดยมีบริการเครือข่าย 5G ที่ได้ทั้งความเร็วของอินเตอร์เน็ต มีความเสถียรเพิ่มขึ้น ยังเป็นส่วนช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้เทคโนโลยีเชื่อมต่อกัน เช่น การใช้โดรน รถยนต์ไร้คนขับ จะทำให้เทคโนโลยีสามารถสื่อสารกับเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ให้เร็วขึ้นมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นที่มาของ Smart City ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
.
🌐2. ระบบปัญญาประดิษฐ์ AI กับธุรกิจ
AI ระบบปัญญาประดิษฐ์ จะมีบทบาทเข้ามาในธุรกิจมากขึ้นในปีนี้ การเข้ามาอยู่หลังบ้าน ดูแลลูกค้า โดยปีนี้จะเป็นปีที่เติบโตของ AI และมีการพัฒนา AI ที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
.
🌐3. M-Commerce การซื้อขายบนโทรศัพท์มือถือ
ช่องทางการซื้อขายบนสมาร์ทโฟน ผ่านเว็บไซด์หรือแอปพลิเคชัน ที่ทำให้อุตสาหกรรม E-Commerce โตขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ด้วยความสามารถทำธุรกรรมชำระสินค้าและบริการต่างๆ ด้วยแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินออนไลน์ เช่น Apple Pay ,Google Wallet, Alipay, Wechat และในปีนี้เราอาจจะเห็นการพัฒนาของธนาคาร เช่น การเปิดบัญชีข้ามธนาคาร ที่สามารถทำทุกอย่างได้ผ่านแอป
.
🌐4. Progressive Web Apps
การให้ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลด ติดตั้งแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ในปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ที่มีผลต่อความจุข้อมูลลดลง อัปเดตบ่อย ดาวน์โหลดใช้เวลานาน ดังนั้น หากสามารถเปลี่ยนจากการเข้าแอปผ่านระบบ คลาวด์ โดยไม่ต้องผ่านการค้นหาและดาวน์โหลดที่ยุ่งยาก หรือการเปลี่ยนเป็น Progressive Web Apps (PWA) ที่สามารถดูได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์หน้าเดียว ก็จะทำให้สะดวกขึ้นกับทุกฝ่ายด้วย
.
🌐5. 3D Printing เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทางการแพทย์
ปี 2020 กับเทรนด์พัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ด้วย 3D Printing เป็นเรื่องที่น่าจับตามองมาก เราอาจจะเห็นการต่อยอดของงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างผลงานอวัยวะเทียม ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย พรินซ์ตัน ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่สหรัฐฯ ได้มีการคิดค้น หูเทียมแบบไบโอนิก มีความสามารถได้ยินเสียงความถี่วิทยุเหนือกว่าขอบเขตของมนุษย์ปกติไปไกลมาก ด้วยเครื่อง 3D Printing นี้ เราอาจจะเห็นความล้ำของเทคโนโลยีอีกมากมายแน่นอน
#HSCCM #Tech2020

ทักษะ 2020 สู่ความก้าวหน้าทางด้านการงาน

ทักษะ 2020 สู่ความก้าวหน้าทางด้านการงาน

ทักษะ 2020 สู่ความก้าวหน้าทางด้านการงาน

1. ทักษะด้านภาษา
การเพิ่มทักษะด้านภาษาเป็นประตูแห่งการเรียนรู้เพื่อเปิดโลกกว้างให้กับเรามากมาย ยิ่งสามารถพูดและเข้าใจได้หลายภาษา ก็เป็นโอกาสของตัวเราที่ได้พัฒนาตัวเอง และสามารถทำงานได้หลากหลายอีกด้วย

2. ทักษะด้านการควบคุมอารมณ์
เป็นเรื่องที่เหมือนจะทำได้ยากสำหรับบางคน แต่สามารถฝึกได้ การทำงานย่อมเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า เจ้านาย ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบของเราเมื่ออยู่ท่ามกลางสังคมส่วนรวม เราต้องลดความเป็นตัวเองลง เมื่อถูกตำหนิต้องนิ่งให้ได้ แยกแยะระหว่างติเพื่อก่อ หรือเพื่อทำลาย สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น

3. ทักษะด้านวิเคราะห์ข้อมูล
ปี 2020 เทรนด์ DATA ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง การลงมือศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าในยุคปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อใช้เป็นแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจของเราให้อยู่รอด หัวใจสำคัญนี้หากเราทำได้ นั่นแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่กว้างและลึก ฉะนั้นการเลื่อนตำแหน่งเพื่อดูในภาพรวมที่สูงขึ้น ก็ไม่เป็นแค่ฝันสำหรับเรา

4. ทักษะด้านการปรับตัว
ทักษะนี้ คือ ความยืดหยุ่นในการทำงาน ทุกงานที่เราถูกมอบหมาย อาจจะมาจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ซึ่งบางคนก็สามารถแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ แต่อาจไม่ใช่กับทุกคน การควบคุมสถานการณ์และดูตามความเหมาะสม ถือว่าเป็นวิธีเลี่ยงที่ดีที่สุด หากทำได้ บุคคลนี้มักเป็นที่รักของคนในบริษัท

5. ทักษะด้านการอ่านใจคน
รู้หน้าไม่รู้ใจ ดูเหมือนปัญหานี้มักพบบ่อยกับที่ทำงาน เพราะเวลาเมื่อเจอปัญหา ต้องการขอความช่วยเหลือ รวมถึงทำอะไรไม่ถูกใจใคร มักไม่พูดกันตรง ๆ แต่อาจจะให้ไปวิเคราะห์ต่อ บางครั้งความล้มเหลวของการสื่อสารมักมาจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน บางคนอาจจะเก็บปัญหาเหล่านั้นไปพูดต่อ ซึ่งแน่นอนว่ามักเกิดปัญหาตามมาทีหลัง เพื่อแก้ปัญหานี้ เราต้องมีจุดยืนที่ถูกที่ ถูกเวลา การคิดอะไรก่อนพูดเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียว

#HSCCM

พฤติกรรมคนไทยที่ส่งผลต่อสุขภาพในปี 2020

พฤติกรรมคนไทยที่ส่งผลต่อสุขภาพในปี 2020

พฤติกรรมคนไทยที่ส่งผลต่อสุขภาพในปี 2020
สสส เผย พฤติกรรมคนไทยที่น่าจับตามอง ปี 2563 (ThaiHealth WATCH 2020) นี้ แบ่งเป็น 10 ประเด็น ดังนี้
.
1. เครียดและซึมเศร้า
ปีที่ผ่านมา เราเห็นข่าวฆ่าตัวตายที่เกิดจากโรคซึมเศร้าที่เพิ่มมากขึ้นในทุกปี โดยมีผลสำรวจพบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า 2.9 ล้านคน ซึ่งปัจจัยจากหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากความเครียดที่สะสม รวมถึง การงาน การเงิน ความรุนแรง ความสัมพันธ์ การถูกกลั่นแกล้ง การบูลลี่
.
2. ภัยคุกคามทางโลกออนไลน์
เด็ก Gen Z และ เด็ก Gen Alpha เด็กทั้งสองเจนนี้จะเติบโตขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปรวดเร็วมาก อ้างอิงผลสำรวจของCOPAT ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ในปี 2562 พบว่า เด็ก 31% เคยถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ 74% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจารทางออนไลน์ และ 25% เคยนัดเพื่อนที่รู้จักในออนไลน์ ซึ่งผลวิจัยพบว่า เด็กที่ใช้เวลากับโลกออนไลน์มากยิ่งเสี่ยงต่อการถูกกลั่นแกล้งและเป็นผู้กลั่นแกล้งทางออนไลน์ถึง 3 เท่า
.
3. อุบัติเหตุทางถนน
บ่อยครั้งการขับขี่บนท้องถนน หลายคนเคยชินกับการไม่สวมหมวกกันน็อค หรือคาดเข็มขัด รวมถึงการเล่นโทรศัพท์บนรถ การเมาหรือขาดสติ ซึ่งตัวเลขอุบัติเหตุมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี
.
4. โรคที่มากับอาหาร
คนไทยหลายคนมักติดการทานอาหารรสจัด กินผักน้อย ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆขึ้น และอาจเสียชีวิตจากโรค NCDs เนื่องจากพฤติกรรมการกินและใช้ชีวิต
.
5. การรับข่าวลวง
ปัจจุบัน FAKE NEWS เพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มที่หลงเชื่อ ส่วนมากมักเป็นผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็น อาหารการกิน ยารักษาโรค ที่แปลกจนแพทย์ต้องออกมาเตือน ทำให้ต้องมีระบบการคัดกรอง รวมถึงคนในครอบครัวควรที่จะดูแลใส่ใจการเสพสื่อด้วย
.
6. กลัวท้องมากกว่าติดโรค
มีสถิติการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นปี 2559 คิดเป็นร้อยละหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นต่อหญิงตั้งครรภ์ ทั้งหมด คือ ร้อยละ20.75 ซึ่งจากผลการสำรวจทำให้ ทราบว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องมากขึ้นทุกปี
.
7. อาหารขยะ
เรามีแนวโน้มนับครั้งไม่ถ้วนว่าอาหารขยะไม่ดีสำหรับสุขภาพ ไม่ว่าจะความหวาน ความมัน ได้มากับสะดวกสบาย, ราคาถูก หรือกระหาย แต่อย่าลืมว่านั่นคือการแลกกับสุขภาพที่แย่ลง
.
8. ติดเกม
จากการศึกษาข้อมูลโครงการวิจัยเกี่ยวกับเด็กติดเกม ระหว่างปี 2552–2562 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พบว่า ปัญหาเกี่ยวกับเด็กติดเกมเป็นผลมาจากปัจจัยการเลี้ยงดูของครอบครัว และปัญหาส่วนตัวของเด็ก ส่งผลต่อการขาดวินัย ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการติดเกม ไม่ใช่การห้ามเล่นเกม แต่ผู้ปกครองเองต้องกำหนดเวลาเล่น ให้เวลากับการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์กับลูกหลาน และไม่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับลูก
.
9. กัญชา
ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองและเป็นกระแสสังคม หลังจากนโยบายกัญชา เพื่อประโยชน์ในการรักษาและพัฒนาทางการแพทย์ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ได้รับอนุญาต เราอาจจะเห็นวิวัฒนาการในวงการแพทย์ตามมา
.
10. ฝุ่น
เป็นประเด็นในทุกปีสำหรับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ตอนนี้ไทย พุ่งติดเป็นอันดับ 5 ของโลก ที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ถือเป็นปัญหาที่ไม่ใช่เล่นๆเลยทีเดียว เพราะส่งผลต่อสุขภาพ เราต้องป้องกันตัวเอง และเลี่ยงการออกไปข้างนอก
.
ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยแวดล้อมมากมาย ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เรายิ่งต้องหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น ทั้งกายและจิตใจ แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับความยากลำบากต่างๆ อย่าลืมดูแลตัวเองให้มากขึ้นด้วยนะคะ
#HSCCM

ประชาสัมพันธ์ Halal For All ภายใต้งาน หอการค้าแฟร์ 2019 เพื่อกระตุ้น ท่องเที่ยวฮาลาลพื้นที่ภาคเหนือ ผ่านรายการ “เช้านี้ที่ภาคเหนือ” ช่อง NBT

ประชาสัมพันธ์ Halal For All ภายใต้งาน หอการค้าแฟร์ 2019 เพื่อกระตุ้น ท่องเที่ยวฮาลาลพื้นที่ภาคเหนือ ผ่านรายการ “เช้านี้ที่ภาคเหนือ” ช่อง NBT

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย อ.ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้ให้เกียรติเข้าร่วมรายการ เช้านี้ที่ภาคเหนือ ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) จังหวัดเชียงใหม่
.
ในโอกาสนี้ได้เชิญชวนพี่น้องทุกท่าน ร่วมเที่ยวชมงานหอการค้าแฟร์ (TCC Fair 2019) ในโซนของ“Halal For All” โดยชูแนวคิดฮาลาลเพื่อทุกคน ที่ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็สามารถชมและร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้เช่นกัน โดยงานนี้ ประกอบไปด้วย การบูธแสดงสินค้าของผู้ประกอบการที่ได้รับรองฮาลาลแล้วกว่า 80 บูธ กิจกรรม Workshop เสริมทักษะเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทั้ง 10 วันเต็ม โซนนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต้องห้ามและต้องสงสัยตามหลักศาสนบัญญัติอิสลาม (Haram Museum) กิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจสินค้าฮาลาล และกิจกรรมสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ อาทิหัวข้อ ตะลุยส่งออกเครื่องสำอางสู่ตะวันออกกลาง, มาตรฐานฮาลาลสำหรับธุรกิจบริการการท่องเที่ยว, การเตรียมขอรับรองฮาลาล
สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง, การบริหารจัดการด้านคุณภาพเพื่อรับประกันและรับผิดชอบต่อสภาพฮาลาลของผลิตภัณฑ์ฮาลาล, กลยุทธิ์ธุรกิจไทย พิชิตใจลูกค้าชาวจีน
.
ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เฟสบุ๊คแฟนเพจ : ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – สำนักงานเชียงใหม่ หรือ โทร. 053-280-815
#HSCCM #HSCNews #HalalForAll #หอการค้าแฟร์

 

🚩ปั้นธุรกิจ สร้างบริการให้โดนใจกับกระแส Lazy Consumer 📉

🚩ปั้นธุรกิจ สร้างบริการให้โดนใจกับกระแส Lazy Consumer 📉

ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและอำนวยความสะดวกต่อผู้บริโภคจำนวนมาก วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดทำวิจัย เจาะลึกอินไซต์…พิชิตใจคนขี้เกียจ (Lazy Consumer) เป็นการจับกระแสพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชอบความสะดวกสบาย เพื่อเป็นแนวทางให้ธุรกิจทำการตลาด และให้บริการได้อย่างเข้าถึง เช่น แคมเปญ 11.11 กิจกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ ที่แต่ละแบรนด์งัดกลยุทธ์มัดใจลูกค้าขาช้อปมากมาย เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และได้เรียนรู้ว่าผู้บริโภคพร้อมที่จะจ่ายให้กับสินค้าและบริการนั้นๆ อย่างทันที ธุรกิจต่างประเทศก็เช่นกัน ที่มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภค ตัวอย่าง IBM มีโดรนส่งกาแฟ เมื่อตรวจพบว่าผู้บริโภคกำลังรู้สึกเหนื่อย, Walmart ส่งอาหารเข้าตู้เย็นเมื่อลูกค้าขี้เกียจออกไปซื้อของข้างนอก, Gojex บริการส่งน้ำมันให้ เมื่อลูกค้าขี้เกียจไปรอคิวที่ปั๊ม
.
🔸 ยังได้มีการทำการสำรวจโดย 5 กิจกรรม คนไทยขี้เกียจมากที่สุด ได้แก่ ออกกำลังกาย 84% รอคิวซื้อของ 81% ทำความสะอาดบ้าน 77% อ่านหนังสือ 70% ทำอาหาร 69 % ตามลำดับ
.
💼 นับว่าเป็นโอกาสให้กับธุรกิจสามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ครองใจพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ได้อย่างมหาศาล ได้แก่
1. ธุรกิจที่ทำแทนได้ เช่น บริการสั่งอาหาร ส่งสินค้าเอกสาร บริการซื้อของแทน บริการทำความสะอาด
2. ธุรกิจที่ทุ่นแรง ไม่ต้องให้ผู้ใช้ขยับมาก เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ Automation หรือ Hand free
3. ธุรกิจที่มีสินค้าผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้ทันที เช่น อาหารเครื่องดื่มประเภทพร้อมกิน
4. ธุรกิจสร้างสรรค์ ร่วมมือร่วมใจ เช่น สื่อหรือ Community ในช่องทางของออนไลน์
5. ธุรกิจที่เน้นการฟัง เช่น Podcast หรือ VDO
.
ทั้งนี้ได้มีการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้เพิ่มเติม เพื่อต่อยอดและพัฒนาธุรกิจ จึงเกิดเป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า “SLOTH” ประกอบด้วย ความรวดเร็วไม่ทำให้เสียเวลา (Speed) ง่ายกระชับ ลดทอนขั้นตอนที่ยุ่งยาก (Lean) รู้สึกสนุกมีแรงจูงใจในการใช้สินค้าและบริการ (Enjoy) เกิดความสะดวกสบายใช้ชีวิตง่ายขึ้น (Convenient) และเติมเต็มความสุข ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาได้ง่าย (Happy)

#HSCCM #ธุรกิจ #ขี้เกียจ